จิราวัสส์ บล็อก

ผู้เขียนบล็อกเป็นงานอดิเรก

Thursday, February 20, 2014

มาลอง Modify Battery Status Style ใน Android กันครับ

No comments

ตั้งแต่ผมเริ่มสนใจโทรศัพท์ Android ตั้งใจว่าจะพัฒนาแอพให้ได้สักตัว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ถึงไหน ก็คงจะเรียนรู้ศึกษาไปเรื่อยๆ ล่ะครับ ไว้ใช้งานและแบ่งปันความรู้กันครับ ตั้งแต่ผมใช้งานมาได้ยินคำว่า ApkTool มาพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่เคยลองทำเองเลย มาช่วงหลัง Galaxy Nexus ที่ผมใช้งานอยู่เริ่มขาด Mod ที่จะพัฒนาโน่นนี่ให้แล้ว เลยจำเป็นต้องหาทางพัฒนาเรียนรู้ด้วยตัวเอง วันนี้เลยนำมาฝากครับ เป็น How to ที่ไม่ค่อยยากครับ แต่ต้องมีพื้นฐานคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องถึงระดับเก่ง เขียนโปรแกรมครับ



ภาพนี้เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วครับ


และถ้าค้นหาเรื่องการ mod Battery ใน Google นั้น เค้าทำกันมานานแล้ว แต่ ณ ตอนนี้ผมทำตอนที่ Android เป็นรุ่น 4.4.2(KitKat) และกับ Custom rom ของ CM11(จำไว้ว่าทุกอย่างที่เราจะแก้ไขนั้น ขอให้ Backup ไว้ก่อนครับ กันพลาด) แล้วมาเริ่มต้นกันเลย



ก่อนอื่นเราไปเอาไฟล์ SystemUI.apk กับ framework-res.apk ออกมาจากโทรศัพท์เราก่อน และ backup ไว้(ที่อยู่ในโทรศัพท์>>>system/priv-app/ และ system/res/) จากนั้นใช้โปรแกรม apktool decompile(ตัวอย่างการใช้งานศึกษาจาก ลิ้งวิดีโอท้ายบทความครับ) ไฟล์ออกมาก่อนครับ เพื่อจะได้แก้ไขไฟล์ได้นั้นเอง โดยการแก้ไขไฟล์ xml สิ่งที่ต้องแก้ไขมีสองจุดคือ


1. ไป copy ทั้ง Folder erryy มาไว้ที่ SystemUI ที่เราจะแก้ไข โดยนำมาไว้ในพาธ /smali/com



2. แก้ไขไฟล์ status_bar.xml ในพาธ /res/layout/ โดยเพิ่มโค้ดดังภาพ



วิธีการตามข้างบนนี้ผมนำมาจาก Mod ปรับแต่งกับ Stock Rom ของ Nexus 5(http://forum.xda-developers.com


สรุปว่าปรับแต่งและใช้งานกับ Custom rom CM11(KitKat 4.4.2) ได้เหมือนกันครับ ใน CM11 นั้นไม่มีการจัด UI แท่งแบตกับการแสดงเปอร์เซ็นแบตเตอรี่แบบนี้ครับ(ถ้าเลือกเป็น % ก็จะไม่แสดงแท่งแบต ตอนนี้ CM11 ยังพัฒนาเรื่อยๆ อนาคตไม่แน่ใจว่าจะทำให้มีแบบนี้หรือไม่)




สำหรับข้อเสียก็คือ ถ้าแก้ไข SystemUI.apk แล้ว ตัวเลขแสดง% จะแสดงตลอดไม่ว่าเราจะเลือก Battery status style เป็นแบบไหน


ขอบคุณ How to ดี ๆ ครับ : http://www.youtube.com,  http://forum.xda-developers.com


 


***ปล. การปรับแต่งอะไรในบทความนี้เป็นการเสี่ยงเครื่องเปิดไม่ขึ้น ศึกษาก่อนและอยู่ในวิจารญาณของผู้อ่านนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ***


 



Monday, February 17, 2014

เที่ยวทำบุญ ไหว้พระเขาคิชฌกูฎครั้งที่ 2

No comments
สวัสดีครับ ได้เวลาเขียนเล่าอีกแล้ว สำหรับรอบการเที่ยวทำบุญไหว้พระครั้งนี้ สำหรับผมถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ครับ จากครั้งที่ผ่านมา เมื่อ 4 ปีที่แล้ว อ่ะนานจัง แต่สำหรับผมเหมือนเพิ่งผ่านมานี่เอง แปลกๆ จังแฮะ สำหรับบล๊อกที่เคยเขียนเล่าไว้ในครั้งแรก กลับไปอ่านได้ที่นี่ >>>เที่ยวทำบุญ ไหว้พระเขาคิชฌกูฎ ครั้งแรกไม่มีเวลาเตรียมพร้อม และเดินทางกันเพียง 2 คน คือผมกับภรรยา ช่วงนั้นน้องรันยังไม่พร้อมครับ

สำหรับครั้งนี้ ได้เตรียมพร้อมกันครับทั้งครอบครัวเลย และพี่และหลานๆ จาก กทม. ด้วยครับ อันนี้มีใครบ้างมีภาพมาอวดกันครับ ถ่ายกับมือถือล้วนๆ ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง แต่ก็พอได้ครับ สำหรับการเดินทางนั้น เราเดินทางกันช่วงเช้ามืดครับ ถึงเขาประมาณเจ็ดแปดโมง ซื้อตั๋วขึ้นเรียบร้อย หาอะไรใส่ท้องเสร็จ ก็ขึ้นกันเลย เช้าๆ บนเขาหมอกเยอะครับ บางช่วงปกคลุมเกือบจะมองไม่เห็น แต่สำหรับผมเคยไปมาครั้งหนึ่ง ทางจะได้อยู่ และจากการสำรวจ จากเมื่อสี่ปีที่แล้ว มีการปรับปรุงทางเดินดีขึ้นโดยเฉพาะจากจุดที่เดินไปยังรอยพระพุทธบาท ถือว่าปรับปรุงทำให้ผู้คน นักบุญ(เห็นเค้าเรียกกัน) ได้เดินทางได้ง่ายขึ้น



ภาพนี้เป็นเวลาเลยเที่ยงแล้วครับ แต่ก็ยังมีหมอกให้เห็นอยู่



ช่วงกำลังนั่งรถขึ้น ทั้งสามคนเตรียมพร้อมเต็มที่ครับ





ภาพนี้เป็นภาพแรกที่ผมแชร์ขึ้น FB คือช่วงที่เริ่มต้นเดินขึ้นเขากันแล้ว ปีนี้สำหรับผมเริ่มเจ็บขาตั้งแต่ช่วงแรกๆ เลย ร่างกายปรับไม่ทันครับ หอบตั้งแต่ขึ้นเลย ร่างกายไม่ได้ออกกำลัง เห็นผลทันตาเลยครับ

รู้สึกเลยร่างกาย ปรับเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดเจน



เดินมาสักระยะ ร่างกายเริ่มปรับตัวได้ เริ่มหาสถานที่เอาหน้าขึ้นกล้องกัน



ว่าแล้วก็มาถึงรอยพระพุทธบาท ที่เห็นผู้คน นักบุญมากมายขึ้นไปไหว้บูชาเพื่อเป็นศิริมงคล เสริมบุญ เรียกความเชื่อแก่ตัวเอง และนำความรู้สึกดีๆ นั้นแบ่งปันแก่พ่อแม่พี่น้อง ผู้คนรอบข้าง(ความเชื่อในทางพระพุทธศาสนาครับ) แต่สำหรับผมนั้น สิ่งใดๆ ที่เราทำด้วยความอดทน พยายาม แล้วส่งผลให้จิตใจรู้สึกดีนั้นล่ะ ผลบุญของเราที่ได้ทำแล้วครับผม(...ความเชื่อแต่ละบุคคลแตกต่างกัน)



และภาพนี้ก็คือ ผลบุญของความพยายาม อดทน จนสำเร็จครับ ผมไม่รู้ว่าจุดผ้าแดงนั้น เกิดขึ้นได้ไง หรือคือกุศลโลบายอะไร เพราะไม่ได้หาข้อมูลที่มา แต่เป็นการฝึกจิตใจที่ดีครับ นั้นคือทางเดินที่จะไปสู่ความสำเร็จต้องอดทน ลำบากในการเดินทาง และในชีวิตเราก็มีเยอะมากกว่านี้แน่ๆ ผมเลยเชื่อว่านี้คือคำสอนอย่างหนึ่งในการทำครั้งนี้

ผมลืมบอกว่าครั้งที่แล้วที่มา ผมไม่ได้เดินทางยังจุดนี้ครับ ครั้งนี้ถือว่าสิ้นสุดสำเร็จตรงนี้แล้ว(รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที)



สรุปการเดินทางครั้งนี้ มีความเปลี่ยนแปลงไปเยอะครับ ก็ไม่เยอะมาก สถานที่เตรียมพร้อมสำหรับนักบุญ ผู้คนมาเที่ยวเยี่ยมชมเยอะขึ้นแต่อาหารการกินยังไม่โอเคสำหรับบริเวณแถวๆ นั้นครับ ถึงจะมีร้านเยอะก็ตาม แต่ก็ขอบคุณสำหรับการเดินทางครั้งนี้ รูปภาพต่างๆ ผมอัพไว้ใน Flickr ครับเปิดเข้าไปดูที่นี่ครับ ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่านครับ >>>http://www.flickr.com/pnirak